0 Views

เผยอิงไม่เคยคิดสักครั้งว่าชีวิตนี้ ไค่หวงจะเชิญเธอเข้าสังกัด

ปัจจุบันไค่หวงนั้นเป็นบริษัทใหญ่ที่สุดในวงการบันเทิง ภายใต้สังกัดนั้นเต็มไปด้วยดาราดังๆ ซึ่งรวมถึงจักรพรรดิโม่ด้วย ผู้จัดการของโม่เจิ้นคือ ถังเฉียง ซึ่งมีชื่อเสียงมากในวงการ และมีดาราจำนวนมากอยากได้เขาเป็นผู้จัดการ แต่เขาไม่สนใจจะรับใครมาดูแลเป็นเวลานานแล้ว

เผยอิงคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนถาม “คุณถังคะ คุณอยากให้ฉันเซ็นต์สัญญากับไค่หวงเหรอคะ ฉันได้ยินมาว่าคุณไม่ได้รับคนใหม่ๆ แล้วนี่คะ”

ถังเฉียงตอบ “ก็จริงอยู่ แต่ทุกอย่างล้วนมีข้อยกเว้นกันทั้งนั้นแหละครับ ถ้าคุณยินดีร่วมงานกับไค่หวง ผมก็ยินดีจะเซ็นต์สัญญากับคุณ”

“อืมม์… ฉันเซ็นต์สัญญาห้าปีกับ ซีนนิค สตูดิโอ ยังเหลืออีกสองปีค่ะ”

“ไม่ต้องห่วงเรื่องนี้หรอกครับ เมื่อทางเราเป็นผู้เชิญคุณมาร่วมงานด้วย แน่นอนว่า พวกเรายินดีจะจ่ายค่าชดเชยที่ผิดสัญญากับทางนั้น”

เผยอิงยิ้มน้อยๆ ไม่พูดอะไร เหมือนกำลังคิดอะไรอยู่

ซ่งหนานชวนที่ยืนอยู่ข้างๆ มองถังเฉียง “ผอ. ถัง นี่ถือว่าเป็นการช่วงชิงศิลปินหรือเปล่าครับ จีเอ็มเฉินทราบเรื่องนี้หรือเปล่า”

ถังเฉียงตอบ “ซีอีโอซ่งครับ คำพูดของคุณนี่ไม่เหมาะสมเท่าไหร่นะครับ ผมแค่อยากเปิดทางเลือกที่ดีกว่าให้คุณเผยเท่านั้น” ขณะที่พูดเขาก็หันกลับไปทางเผยอิง “ซีนนิคนั้นตามหลังไค่หวงอยู่มาก ไม่ว่าจะเป็นขนาดของบริษัท และประสบการณ์ของศิลปิน ซึ่งที่บริษัทของเราคุณจะมีโอกาสเติบโตมากกว่าแน่นอน คุณอยู่กับซีนนิคมาสามปีแล้ว แต่เฉินเซิงไม่เห็นค่าของคุณเลยแม้แต่น้อย แต่เราไม่ใช่ ไค่หวงนั้นไม่มีจักรพรรดินีจอเงินมานานแล้ว ผมคิดว่าคุณน่ะเป็นผู้สมัครที่เหมาะสมที่สุด”

ไค่หวงถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อหลายปีก่อน ปัจจุบันบริษัทไค่หวงมีทั้งราชันย์และราชีนีในวงการดนตรี และมีจักรพรรดิแห่งวงการภาพยนตร์ แต่ยังขาดจักรพรรดินีจอเงินอยู่ และสำหรับถังเฉียงนี่คือสิ่งที่น่าเสียดายมาโดยตลอด ถ้าเผยอิงยอมเซ็นต์สัญญากับบริษัท เขามั่นใจว่าจะทำให้เธอกลายเป็นดวงดาวที่เจิดจรัสไม่แพ้โม่เจิ้นได้แน่นอน

สำหรับเผยอิงนั้น คำพูดของถังเฉียงนั้นข่างเย้ายวน ไค่หวงนั้นขาดจักรพรรดินีแห่งจอเงินมาโดยตลอด นี่เป็นสิ่งที่ทุกคนรู้ดี และถูกบริษัทคู่แข่งล้อเลียนเรื่องนี้มาโดยตลอด ถ้าเธอเข้าร่วมกับบริษัทพวกเขา เธอแน่ใจว่าถังเฉียงจะทุ่มเทกับเธอ แต่เธอยังเหลือสัญญาสองปีกับซีนนิค การฉีกสัญญาเพื่อย้ายไปบริษัทใหม่แบบนี้ ดูค่อนข้างไร้จริยธรรมไปบ้าง

เธอคิดทบทวน ก่อนแสดงความคิดเห็นกับถังเฉียง “ผอ.ถังคะ จีเอ็มเฉินเป็นคนพาฉันเข้าวงการนี้ ถีงตอนแรกฉันจะทำได้ไม่ดีเท่าไหร่ แต่เขาก็ไม่เคยปฏิบัติกับฉันอย่างไม่ยุติธรรมเลย เวลาที่ผ่านมา ถึงโชคไม่เข้าข้างฉัน เวลาที่ชีวิตฉันตกต่ำที่สุดแต่เขาก็ไม่ได้ทอดทิ้งฉันอย่างสิ้นเชิง ตอนที่ฉันดังขึ้นนิดหน่อยแล้วเตะเขาทิ้งไปแบบนี้ ฉันคิดว่ามันไม่เหมาะเท่าไหร่ คุณคิดว่าจริงไหมคะ”

“ผมชื่นชมความคิดของคุณเผยนะครับ แต่ผมคิดว่าคุณควรนึกถึงตัวเองมากกว่านี้ ทรัพยากรที่เฉินเซิงเข้าถึงได้กับของผมน่ะเทียบกันไม่ติด”

เผยอิงหัวเราะ “ฉันได้ยินมาว่า ตอนโม่เจิ้นพึ่งเดบิวต์ ผอ.ถังเองก็เพิ่งเริ่มต้นในวงการนี้เหมือนกัน ทรัพยากรคุณตอนนั้นก็มีจำกัดมาก และมีคนพยายามขโมยตัวศิลปินของคุณไป แต่โม่เจิ้นกับคุณเองเดินทางและเติบโตบนเส้นทางอันยาวไกลนี้มาด้วยกัน ฉันน่ะอิจฉาความสัมพันธ์ของคุณสองคนมากเลย”

ถังเฉียงก้มหน้าหัวเราะน้อยๆ “ก็จริงครับ ถ้าตอนนั้นโม่เจิ้นโดนคนอื่นล่อลวงไป ผมคงเจ็บปวดมาก แต่ในเมื่อเป็นตาผมที่จะขโมยคนอื่นแทน ผมก็ยังอยากให้คุณลองคิดดู ถ้าไค่หวงกับซีนนิคต้องออดิชั่นบทเดียวกัน ใครจะมีโอกาสมากกว่า”

ซ่งหนานชวนที่ฟังอยู่เงียบๆ ด้านข้างนั้น อดปล่อยเสียงหัวเราะไม่ได้ ก่อนพูดยิ้มๆ กับถังเฉียง “ผอ. ถัง อย่าลืมผมสิครับ ผมเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของยูนิเวิร์สนะ และผมมีอำนาจพอที่จะสนับสนุนเธอด้วย เรื่องเงินน่ะไม่ใช่เรื่องใหญ่”

ถังเฉียง “….”

จริงสินะ เขาลืมไปได้อย่างไรว่ามีซีอีโอตัวเป้งเป็นแบ็คให้เผยอิงน่ะ

เผยอิงเหลือบมองซ่งหนานชวน ก่อนพูดกับถังเฉียง “ฉันซาบซึ้งกับคำเชิญและการยอมรับในตัวฉันของผอ.ถังมากนะคะ แต่ฉันยังเหลือสัญญากับซีนนิค สตูดิโอ ถ้าอีกสองปีคุณยังสนใจอยู่ ค่อยมาคุยกันเรื่องนี้อีกครั้งดีไหมคะ”

ถังเฉียงพึมพำกับตัวเอง ก่อนพูด “ก็ได้ครับ ผมหวังว่าจะได้มีโอกาสร่วมงานกับคุณในอนาคตนะครับ”

ถึงแม้เขาจะพูดแบบนั้น แต่เขารู้ดีว่า ก่อนจะถึงกำหนดสองปี เผยอิงคงดังมาก ดังจนไม่ว่าผู้จัดการส่วนตัวจะเป็นใครก็ไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว

หลังจากถังเฉียงไปแล้ว ซ่งหนานชวนก็ชูแก้วไวน์แดงขึ้น เลิกคิ้วให้เผยอิง “ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเฉินเซิงดูเหมือนจะไม่เลวเลยนี่ หือ”

เผยอิงสะดุ้ง มองเขายิ้มๆ “คุณคงไม่ได้หึงจีเอ็มเฉินหรอกนะ ใช่ไหม”

“หืมม์ เฉินเซิงควรจะซาบซึ้งที่เธอคิดแบบนี้นะ”

เมื่อเฉินเซิงได้ยินเรื่องที่เผยอิงปฏิเสธิไค่หวงเพื่ออยู่ที่ซีนนิคต่อ เขาก็ซาบซึ้งจนเกือบร้องไห้จริงๆ

เมื่อเดือนพฤศจิกายนผ่านไป บรรยากาศของปลายปีก็เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ หลังจากภาพยนตร์เรื่องนักแสดงถ่ายทำจบ เผยอิงก็ได้รับงานถ่ายโฆษณามาชิ้นหนึ่ง แต่เธอใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับซ่งหนานชวน ซึ่งแน่นอนว่าทำให้เขาพอใจมาก

เมื่อคริสมาสต์มาถึง ซ่งหนานชวนจู่ๆ ก็ชวนเผยอิงไปกินล็อบสเตอร์ที่นิวยอร์ก

เผยอิง “….”

เธอตัดสินใจว่าเธอไม่เข้าใจความคิดของคนรวยเลยจริงๆ เวลาพวกเขาเบื่อ ก็จะไปดูนกพิราบที่ปารีส ไม่ก็ไปกินล็อบสเตอร์ที่นิวยอร์ก

แต่ซ่งหนานชวนเกลี้ยกล่อมเธอต่อ “เธอจำตอนที่ฉันไปทำงานที่นิวยอร์ก แล้วส่งรูปล็อบสเตอร์มาให้เธอได้ไหม”

เผยอิงพยักหน้า งัดโทรศัพท์ออกมาหารูป “จำได้ค่ะ ฉันเซฟรูปไว้ในโทรศัพด้วยนะ ยังอยู่เลย นี่ไง”

ซ่งหนานชวนยิ้มให้เธอ “ตอนนั้น ฉันตัดสินใจว่าจะพาไปเธอไปกินล็อบสเตอร์ที่อร่อยเท่าเทียมกันให้ได้ ตอนนี้พวกเรามีโอกาสแล้ว ฉันให้เซียวจางจองตั๋วเครื่องบินไว้แล้ว เธอเก็บกระเป๋า แล้วพวกเราจะได้ไปฉลองคริสมาสต์ที่นิวยอร์กกัน”

เผยอิง “….”

เธอต้องพยายามปรับตัวเข้าหาวิถีชีวิตของคนรวยสินะ

ชีวิตนี้ มีบางครั้งที่บอกว่าไป และคุณก็ไปเลยจริงๆ วันถัดไปเผยอิงก็ได้เหยียบพื้นดินนิวยอร์ก เธอใช้เวลาทั้งวันที่โรงแรม พยายามปรับตัวกับคำแตกต่างของเวลา และตอนกลางคืนซ่งหนานชวนก็พาเธอไปร้านอาหารที่เขาไปบ่อยๆ

นิวยอร์กนั้นเป็นเมืองที่หลอมรวมทุกสิ่งเข้าด้วยกันจริงๆ ทุกถนนนั้นเต็มไปด้วยบรรยากาศเฉลิมฉลองคริสมาสต์อันครึกครื้น นี่เป็นครั้งแรกของเผยอิงในนิวยอร์ก ดังนั้นท่ามกลางผู้คนที่ดำเนินกิจกรรมของตัวเอง เผยอิงก็มองไปรอบๆ อย่างสนใจใคร่รู้แม้กระทั่งสิ่งเล็กๆน้อยๆ ที่เกิดขึ้นทุกวัน

เมื่อพวกเขามาถึงโรงแรม หัวหน้าเชฟก็ออกมารับออเดอร์ของซ่งหนานชวนเอง เมื่อเห็นเผยอิงที่อยู่ข้างๆ สีหน้าของเชฟก็แสดงว่าเขาเข้าใจทุกอย่าง “อา สาวสวยคนนี้คงจะเป็นสุดที่รักของซ่งสินะ เพราะครั้งก่อนคุณไม่อยู่ด้วย ซ่งเลยไม่มีความอยากอาหารแม้แต่น้อยนิด”

เขาพูดภาษาอังกฤษ จนเผยอิงทำหน้างง ถึงซ่งหนานชวนจะช่วยเธอจนเข้าใจบทหนังภาษาอังกฤษ แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงความจริงที่ว่าทักษะด้านภาษาอังกฤษของเธอน่ะห่วยสุดๆ

เธอส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปที่ซ่งหนานชวน ที่ละสายตาจากเมนูขึ้นมองเธอ “แบบฝึกหัดด้านภาษาที่ดีที่สุดคือการพูดกับเจ้าของภาษานะ”

“…แต่ฉันไม่เข้าใจที่เขาพูดสักนิด ฉันรู้ว่าเขาพูดว่าสาวสวย แค่นั้นเอง”

ซ่งหนานชวน “….”

เธอช่างจับประเด็นสำคัญได้ดีจริงๆ

เขาหัวเราะพูด “อืมม์ ใช่แล้วล่ะ เขากำลังชื่นชมความงามของเธออยู่”

“งั้นฉันควรขอบคุณเขาไหมคะ”

“อืมม์ อย่าลืมวิธีการออกเสียงที่ฉันสอนเมื่อครั้งก่อนล่ะ”

“โอเคค่ะ” เผยอิงพักก่อนรวบรวมความกล้า พูดกับหัวหน้าเชฟ “Thank you.”

หัวหน้าเชฟหันกลับไปหัวเราะ ซ่งหนานชวนกระแอม ก่อนสั่งอาหารด้วยภาษาอังกฤษราวกับเป็นเจ้าของภาษา และหลังจากหัวหน้าเชฟออกไป เผยอิงก็มองซ่งหนานชวนอย่างรักใคร่ “ชวนชวน เวลาคุณพูดภาษาอังกฤษนี่เซ็กซี่มากเลย”

“จริงเหรอ” ซ่งหนานชวนคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนพูด “งั้นนับตั้งแต่นี้ ฉันควรใช้ภาษาอังกฤษตอนพวกเราทำกิจกรรมตอนกลางคืนกันสินะ”

“…ไม่ต้องดีกว่าค่ะ ขอบคุณ”

“คืนนี้พวกเราลองดูกันนะ” ซ่งหนานชวนมองเธอด้วยสายตาคาดหวัง

เผยอิง, “….”

หึ ฝันไปเถอะ!

 

พอล็อบสเตอร์มาเสิร์ฟ เผยอิงก็อดแชะรูปก่อนโพสลงเว่ยป๋อไม่ได้

[เผยอิง] (V)

คุณชายซ่งจู่ๆ ก็บอกว่าพวกเราควรจะไปกินล็อบสเตอร์ ฉลองคริสมาสต์ที่นิวยอร์ก (กลั้นขำ)

โพสเสร็จก็ออกจากแอฟ กินอาหารแสนอร่อยต่อ แต่ชาวเน็ตบนเว่ยป๋อนั้นลุกฮือ

“…จู่ๆ ฉันก็อยากไปฟังโอเปร่าที่ฝรั่งเทศแหละ!”

“เผยเผย เธอเปลี่ยนไปนะ เธอไม่เคยอวดความรักกับฝูงชนแบบนี้เลย (วิงวอน) ฉันคิดถึงเวลาที่เธอรู้จักแต่การกินเนื้อ เวลาที่เธอแสนเรียบง่าย ติดดิน”

“คุณซ่งนี่ช่างบังคับจริงๆ (หัวเราะจนร้องไห้) เผยของฉันแต่งงานได้ดีจริงๆ ต้องขอบคุณพระเจ้า (หัวเราะจนร้องไห้)”

“ซีอีโอซ่งชอบเธอแบบที่เธอเป็นจริงๆ น่าอิจฉา (หน้าตาน่าสงสาร)”

“ฉันให้คะแนนการอวดความรักครั้งนี้ 82 คะแนน ส่วนอีก 18 คะแนนจะแบ่งให้เป็น 666[1]. gj[2]

“นี่เผยเผย ตกลงเธอจะอวดหลัว หรืออวดรวยกันแน่ (ด่าอย่างเกรี้ยวกราด) หมาโสดจนๆ ไร้ซึ่งแฟนหนุ่มเตะอาหารหมาสุดหรูกระเจิง(ด่าอย่างเกรี้ยวกราด)”

“เผยเผยเผยเผย ฉันจะเร่งเธอให้แต่งอีกรอบนะ (น่ารัก) เมื่อไหร่เธอกับคุณชายซ่งจะแต่งงานจ๊ะ (น่ารัก) อย่าให้คุณชายซ่งรอนาน ~”

“เหมือนว่าจะมีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นเร็วๆ นี้ อีกไม่น่าจะถึงสามเดือนน่าจะมีข่าวดี (บ้องแบ้ว) ฉันจะแปะคำทำนายไว้ตรงนี้นะ (บ้องแบ้ว)”

“เผยเผย เมอรี่คริสมาสต์~ ขอให้สนุกกับซีอีโอซ่งในนิวยอร์ก~”

และซีอีโอซ่งก็กำลังสนุกมากจริงๆ เพื่อฝึกฝนการพูดภาษาอังกฤษ เขาเสนอให้เปลี่ยนคำว่า ‘เป่าเป้ย[3]’ เป็นเบบี๋ แทน

เผยอิง, “….”

ใบหน้าของเธอเต็มด้วยเส้นดำๆ

“Come here” ซ่งหนานชวนกวักมือเรียกเธอขณะที่เขาเอนหลังพิงหัวเตียง เผยอิงอยู่นิ่งไม่ขยับ ซ่งหนานชวนเลิกคิ้วซ้าย ก่อนเอื้อมมือไปดึงเธอเข้ามาหาตัว “ฉันพูดภาษาจีนเหมือนเดิมดีกว่า ภาษาอังกฤษเธอน่ะแย่เกินไปจริงๆ”

เผยอิง, “….”

เธอหันหนี หลบจุมพิตของเขาอย่างหงุดหงิด มือขวาซ่งหนานชวนยื่นมาจับคางเธอ หันกลับ “เป็นอะไรไป”

เขาจุมพิตริมฝีปากเธออย่างแผ่วเบา เผยอิงนิ่วหน้ามองเขา “ฉันจะเมินคุณแล้ว”

ซ่งหนานชวนหัวเราะ ก่อนก้มลงหาริมฝีปากเธออีกครั้ง “งั้นไม่ต้องพูดแล้ว ใช้ร่างกายเราสื่อสารกันดีกว่า”

เผยอิง “….”

เธอไม่อยากสื่อสารกับเขา ไม่ว่าจะแบบไหนทั้งนั้น

แต่ในที่สุด ซ่งหนานชวนก็ได้ทำการสื่อสารกับเธออย่างสุขสม

 

หลังจากคริสมาสต์ ซ่งหนานชวนก็กลับบ้านพร้อมกับเผยอิง ซึ่งตอนนั้นเผยอิงก็เชื่อจริงๆ ว่าเขาแค่อยากไปกินล็อบสเตอร์ที่นิวยอร์กเท่านั้น

วันปีใหม่มาถึงหลังจากนั้นอีกไม่นาน และหลังเดือนธันวาคมสิ้นสุดลง ตรุษจีนนั้นก็อยู่ห่างไปอีกไม่ไกลแล้ว

[1] 666 เป็นศัพท์แสลงจีน มาจากวงการเกมค่ะ เวลาเล่นเกมได้ดี มักจะกดเลข 6 สามครั้งแทน 溜溜溜 ชมว่าสุดยอดไปเลย

[2] Good job! ทำได้ดีมาก

[3]เป่าเป้ย คือเบบี้/ทารก ค่ะ ส่วนใหญ่ใช้เรียกหวานๆ นี่แหละ