0 Views

หลังจากการหยุดพักผ่อนจบลง เผยอิงก็กลับสู่การถ่ายทำอันเคร่งเครียดต่อ ผู้จัดการของโม่เจิ้นนั้นกลับมาทำหน้าที่ผู้ช่วยที่เมือง A ต่อ เผยอิงที่เห็นผู้จัดการหน้ากลมๆ วิ่งไปวิ่งมาตามคำบอกของโม่เจิ้นแล้วอดสงสารนิดๆ ไม่ได้

ผู้จัดการของโม่เจิ้นคือเอเยนต์ระดับท๊อปที่ไค่หวง แต่ที่กองถ่ายนั้นเขาทำหน้าที่เหมือนพี่เลี้ยง…

หลังจากถ่ายฉากที่ต้องซ่อนศพจบ ผู้กำกับก็บอกคัท ตัวประกอบที่แสดงเป็นศพ ก็ลุกขึ้นนั่ง พร้อมใบหน้าที่เต็มไปด้วยเลือดปลอม

“เผยอิง ผมเป็นแฟนคลับคุณ ขอลายเซ็นต์หน่อยได้ไหมครับ”

เผยอิงอดสะดุ้งไม่ได้ เพราะจู่ๆ เขาก็โผล่มาข้างๆ เธอยิ้มพูด “แน่นอนค่ะ แต่คุณอยากไปล้างเลือดออกก่อนไหมคะ”

“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมค่อยไปล้างทีหลัง” ตัวประกอบหนุ่มนั้นทำท่าเหมือนอยากงัดอะไรออกมาให้เผยอิงเซ็นต์ “เซ็นต์บนตัวผมได้เลย เสื้อผ้าพวกนี้เป็นของผมเอง ผมจะไม่ซักแน่ๆ”

ผู้ช่วยส่งปากกาให้เผยอิง เธอก็เซ็นต์ลงบนเสื้อตามที่เขาขอ และก็อดนึกถึงคนขับแท็กซี่ที่เธอแจกลายเซ็นต์ให้ไปตอนยังไม่ดังขึ้นมาได้ ตอนนั้นเขาก็ให้เธอเซ็นต์บนเสื้อผ้าเหมือนกัน ไม่รู้ว่าตอนนี้เขาเป็นอย่างไรบ้าง

หลังจากเผยอิงเซ็นต์ชื่อ ตัวประกอบอดเป่าปากเสียงดังไม่ได้ เงยหน้ามองเผยอิง “ขอบคุณนะครับ ผมจะทะนุถนอมมันอย่างดี”

เผยอิงหัวเราะ ความกระตือรือร้นนี่คงส่งผลอะไรสักอย่างกับเธอ ไม่รู้ทำไมแต่เธอเริ่มคุยเล่นกับเขา “คุณรอกองถ่ายมาเรียกบ่อยไหมคะ”

“ส่วนใหญ่ผมจะอยู่แถวๆ สถานที่ถ่ายทำ พอผมเห็นว่ามีกองถ่าย ก็จะแวะเข้าไปว่ามีบทตัวประกอบให้ไหม ผมมาเมือง A เพื่อ เรื่องนักแสดงนี่โดยเฉพาะเลยนะครับ! ทีมงานโครงการนี้ฮอตติดลมบนสุดๆ แค่บทตัวประกอบนี่ยังต้องแย่งชิงกันแทบแย่ ถึงจะเป็นแค่ตัวประกอบ ผมก็ดีใจมากๆ เลยที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของภาพยนตร์เรื่องนี้”

คนเหล่านี้ทำงานหนักทั้งวัน เพื่อโผล่หน้ามาบทจอเพียงไม่กี่วินาที ในบทตัวประกอบที่อาจจะไม่มีชื่อ และอาจไม่ถูกระบุอยู่ในเครดิตท้ายเรื่องด้วยซ้ำ แต่พวกเขายังไล่ตามความฝันอย่างมุ่งมั่นตั้งใจ ทุ่มเทแสดงอย่างสุดความสามารถ

ตัวประกอบคนนี้ทำเผยอิงนึกถึงอดีต เธอยิ้มพูด “ฉันเองก็เคยวิ่งไปทั่วเพื่อบทตัวประกอบเหมือนกัน อ้อ ฉันเคยแสดงเป็นศพด้วยนะคะ แต่ไม่มีหน้าฉันโผล่มาสักวินาที สู้ๆ ใช้เวลานี้ขัดเกลาฝีมือ และคุณจะมีโอกาสให้ผู้คนจดจำคุณได้มากกว่านี้แน่ๆ”

คำพูดให้กำลังใจของเผยอิงนั้นทำเอาตัวประกอบคนนั้นแทบน้ำตาไหลพราก “อา อา… เผยเผย คุณนี่เป็นเทพธิดาของผมจริงๆ ขอบคุณนะครับ! ผมจะทำงานหนัก! ผมหวังว่าตอนผมมีชื่อเสียงกว่านี้ ผมจะได้ทำงานร่วมกับคุณ”

“แน่นอนค่ะ ฉันจะรอวันนั้นนะคะ”

ขณะที่คุยกันอยู่นั้น มีเสียงดังกึกก้องท่วมท้น เผยอิงหันไปมองและก็พบสาเหตุ อาจารย์ซิงซินพร้อมหญิงสาวที่เธอไม่คุ้นหน้าเดินเข้ามา

ผู้กำกับพูดคุยกับพวกเขาสองสามคำ ก่อนปรบมือเรียกความสนใจของทุกคน “อาจารย์ซิงซินมาที่นี่เพื่อตรวจสอบการถ่ายทำ นี่คือภรรยาเขา ทุกคนทราบแล้วใช่ไหมว่าอาจารย์ซิงซินพึ่งแต่งงานไปเมื่อวันชาติที่ผ่านมา”

ตาเผยอิงเบิกกว้างอย่างแปลกใจ ภ…ภรรยา?!

ภรรยาของอาจารย์ซิงซินดูเป็นแฟนคลับของจักรพรรดิโม่อย่างเต็มตัว พอเธอเห็นโม่เจิ้นเดินผ่านก็ตาเป็นประกาย ก่อนเดินไปทักทายอย่างปลาบปลื้ม และมอบลูกกวาดงานแต่งให้เขาด้วย

อาจารย์ซิงซินเดินตามภรรยาไปด้วยสีหน้าเย็นชา แต่โชคดีที่ภรรยาหมาดๆ ของเขาไม่ได้ใส่ใจแค่การคุยกับโม่เจิ้น หลังจากทั้งคู่เอ่ยคำอำลาแล้ว เธอก็เดินแจกลูกกวาดงานแต่งต่อให้ทีมงานที่เหลือ

“ทุกคนค่ะ ทำงานกันเหนื่อยๆ มากินอะไรหวานๆ กันนะคะ” หลังจากให้ขนมเผยอิงแล้ว เธอก็ส่งให้ตัวประกอบข้างๆ เผยอิงด้วย เขาแปลกใจจนหันมาถามอย่างตื่นเต้น “ผมเองก็ได้ด้วยเหรอครับ ผมเป็นแค่ตัวประกอบเองนะ”

“นั่นมันไม่เกี่ยวกับการแจกลูกกวาดงานแต่งหรอกค่ะ ดูหน้าชุ่มเลือดคุณสิ ต้องทำงานหนักมากๆ แน่ๆ เลย
รีบไปล้างออกเถอะค่ะ”

ภายในห้านาทีที่ผ่านมา ตัวประกอบคนนี้แทบจะร้องไห้ไปสองรอบแล้ว “ฮึกกกก… ขอบคุณนะครับ คุณเป็นบรรณาธิการของอาจารย์ซิงซินใช่ไหมครับ คุณใจดีมากๆ เลยครับ แถมสวยด้วย”

“…ฮิ ฮิ คุณเข้าใจวิธียอคนนะคะเนี่ย” คุณนายซิงซินนั้นอดเขินไม่ได้ “นี่คือความผิดอาจารย์ซิงซินที่เขียนนิยายสืบสวน ทำให้ทุกคนต้องทำงานหนักขนาดนี้ แต่อย่างน้อยในนิยายของเขา ต่อให้เป็นศพก็ยังมีชื่อนะคะ”

ซิงซิน “….”

เผยอิงกระพริบตาพริบๆ อยู่ด้านข้าง สงสัยว่าทำไมบรรยากาศนั้นถึงแปลกขึ้นเรื่อยๆ

“คุณเผยคะ กินขนมหน่อยเถอะค่ะ การแสดงบทจ้าวเยวี่ยของคุณน่ะสุดยอดไปเลย ฉันตั้งตารอดูหนังเรื่องนี้เลยค่ะ”

“ขอบคุณค่ะ” เผยอิงหยิบขนมมา ก่อนเหลือบมองผู้กำกับ

ใบหน้าด้านข้างของเขาช่างอ้างว้างเดียวดายยิ่งนัก

พอภรรยาอาจารย์ซิงซินแจกขนมเสร็จ ทั้งคู่ก็ไม่ได้อยู่ต่อนานนัก เผยอิงได้ยินว่าพวกเขากำลังจะไปฮันนีมูนกันต่อ

ผู้กำกับจ้าวที่มองพวกเขาจากไปนั้นพึมพำอย่างเกรี้ยวกราด “อา…เขาไม่สนใจเรื่องการดัดแปลงนิยายตัวเองเป็นหนังเลยสักนิด ตั้งแต่เริ่มถ่ายทำ เขาก็ยุ่งกับการเตรียมงานแต่ง ถ้าตอนหลังเขาไม่ชอบอะไรขึ้นมาล่ะก็ ฉันไม่รู้ด้วยแล้ว”

เผยอิงที่กำลังกินขนมงานแต่งอยู่นั้น อดรู้สึกไม่ได้ว่าคำพูดของผู้กำกับนั้นเต็มไปด้วยรสเปรี้ยวๆ… แต่ก็เข้าใจได้อยู่ เขาอุตส่าห์ส่งคุณนายโม่ไปได้แล้ว ก็มีคุณนายซิงซินโผล่มาอีก แน่นอนว่าเขาต้องหดหู่แน่ๆ

เธออดสงสัยไม่ได้ว่าเขาคืนดีกับภรรยาตัวเองหรือยัง

พวกเขาถ่ายต่อจนดึกกว่าจะเลิก ซ่งหนานชวนแวะมารับเผยอิงที่กองถ่ายด้วยตัวเอง และเธอบอกได้ทันทีจากสีหน้าเขาว่า เขาไม่พอใจอย่างมากที่ถ่ายจนดึกขนาดนี้

“ผู้กำกับจ้าว เรื่องคุณกับภรรยาเป็นอย่างไรบ้างครับ”

เมื่อได้ยินซ่งหนานชวนถามเรื่องที่เธออยากรู้ เผยอิงก็หูผึ่งขึ้นมา ผู้กำกับจ้าวที่กำลังเก็บอุปกรณ์กล้องอยู่ก็ตอบว่า “เธอบอกว่าจะขอเวลาคิดดูก่อนครับ”

“งั้นเหรอครับ แสดงว่านี่คือเวลาพิสูจน์ตัวเองของคุณเลย ต้องทำผลงานดีๆ” ซ่งหนานชวนยกมือขึ้นดูเวลา “เธอคงมีปัญหากับการถ่ายทำจนดึกแบบนี้แน่ๆ”

ผู้กำกับจ้าว “….”

จากที่เขาเห็นน่ะ คนที่มีปัญหาน่ะคือคุณต่างหาก ซ่งหนานชวน!

“ผู้กำกับคะ พวกเราขอตัวก่อนนะคะ” เผยอิงหัวเราะน้อยๆ ก่อนดึงซ่งหนานชวนไปทางรถ

“อื้ม ไปเถอะ ไปเลย” หยุดทรมานสายตาเขาเสียทีเถอะ มีคู่รักหวานแหวววันละคู่ก็เกินทนแล้ว

เผยอิงตามซ่งหนานชวนขึ้นรถ ก่อนส่งลูกกวาดงานแต่งเข้าปากเขา “อร่อยไหมคะ มาจากงานแต่งของอาจารย์ซิงซินเลยนะคะ”

ซ่งหนานชวนพยักหน้าน้อยๆ “ฉันได้ยินว่า เขาหลงทางจนไปงานแต่งตัวเองสาย”

“….” เผยอิงชะงักไปชั่วครู่ การที่ผู้กำกับบอกว่าเขาเป็นพวกหลงทิศนั้นก็ไม่ได้เป็นการใส่ร้ายป้ายสีจริงๆ “แล้วเจ้าสาวล่ะคะ”

“เจ้าสาวน่ะเหรอ เธอก็อยู่กับเขา หลงทางกันทั้งคู่น่ะสิ”

“…ช่างเป็นคู่ที่เหมาะสมกันจริงๆ เลย”

ซ่งหนานชวนหัวเราะ คว้ามือเธอพูด “รอถึงคราวพวกเราแต่งงาน ก็จะเอาลูกกวาดมาแจกให้ผู้กำกับบ้าง”

“…คุณแค่แจกอาหารหมาให้เขาก็พอ ต้องทำอะไรอ้อมไปอ้อมมาขนาดนี้ด้วยเหรอคะ”

ซ่งหนานชวนหัวเราะอีกครั้ง ก่อนถาม “พวกเราจะไปฮันนีมูนที่ไหนดี”

“อื้ม ที่ไหนก็ได้ค่ะ ฉันไม่ได้อยากไปไหนเป็นพิเศษ”

“งั้นพวกเราไปมันทุกประเทศเลยดีไหม”

“….ให้เวลาฉันคิดหน่อยละกันค่ะ ฉันจะหาที่ที่ฉันอยากไป”

ซ่งหนานชวนยิ้มขณะที่เชยคางเธอขึ้นประทับจูบ “ทำไมเธอถึงน่ารักแบบนี้นะ”

หลังจากจูบไปได้สักพัก เผยอิงจู่ๆ ก็พูดว่า “ทำไมลูกกวาดของคุณถึงอร่อยกว่าที่ฉันกินเมื่อกี้ล่ะ”

ซ่งหนานชวน “….”

 

การถ่ายทำเรื่องนักแสดงนั้นดำเนินต่อไปเป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็มๆ ก่อนจะสิ้นสุดลงกลางเดือนพฤศจิกายน วันที่ถ่ายเสร็จนั้น บริษัท ยูนิเวิร์ส พิคเจอร์ ก็จัดงานเลี้ยงปิดกล้อง เชิญสื่อมาเข้าร่วมมากมาย

และแน่นอนว่าซ่งหนานชวนในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของยูนิเวิร์สต้องมางานนี้ด้วย เมื่อเขามาถึงงานพร้อมเผยอิง สายตาทุกคนก็หันมาทางพวกเขา นักข่าวย่อมไม่ปล่อยโอกาสอันดีนี้ให้หลุดลอย รีบรัวชัตเตอร์ถ่ายรูปคู่รักอย่างดุเดือด

ที่ตามพวกเขามาติดๆ นั้นคือคู่ของโม่เจิ้นและภรรยา ทั้งสองควงแขนเดินลงจากรถ ทุกคนจ้องมองพวกเขาราวกับที่นี่คืองานเดินพรมแดง นักข่าวไม่ยอมพลาดแม้แต่ชั่ววินาทีเดียว จับจ้องทุกช๊อตอันหวานแหวว

การแย่งชิงการพาดหัวข่าววันพรุ่งนี้นั้นช่างดุเดือดยิ่งนัก

ในเมื่อเป็นการเลี้ยงปิดกล้องนั้น แน่นอนว่าตัวเอกของงานย่อมเป็นเหล่านักแสดง เผยอิงและโม่เจิ้นในฐานะนักแสดงนำนั้นย่อมขึ้นไปแสดงความรู้สึกบนเวที ทีมงานเองก็ขึ้นไปมอบดอกไม้ให้พวกเขา และหลังจากผู้กำกับและผู้ช่วยผู้กำกับนั้นขึ้นไปกล่าวจนจบก็เริ่มต้นการเลี้ยงฉลองรื่นเริงได้

งานนี้สนุกกันทุกฝ่าย เหล่าฝูงชนมุ่งหน้าไปยังเป้าหมายที่อยากไปชนแก้วด้วย

ซ่งหนานชวนนั้นประกบอยู่ข้างตัวเผยอิงตลอดเวลา คนหนึ่งนั้นเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของยูนิเวิร์ส พิคเจอร์ ส่วนอีกคนนั้นเป็นนางเอกของภาพยนตร์เรื่องนี้ มีผู้คนมากมายที่เข้าแถวรอพูดคุยกับพวกเขา

แม้แต่ผู้กำกับและทีมงานผลิตนั้นยังแวะมาชนแก้วกับเผยอิง

“ขอชนแก้วกับนางเอกหน่วย ผมด่าคุณในกองไปหลายรอบ แต่อย่าเก็บมาใส่ใจเลยนะ เป็นเพราะงานล้วนๆ ถ้าไม่อยู่ในกองแล้ว ผมออกจะเป็นคนดีจะตาย เนอะ?” หลังจากพูดจบ เขาก็ยกซดหมดแก้ว “เผยอิง เธอแสดงได้ดีมาก อนาคตเธอต้องไปได้ไกลแน่ๆ ฉันจะรอดู ฉันแน่ใจว่าเธอต้องได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลสำหรับบทนี้แน่ๆ”

ทุกคนส่งเสียงเชียร์ให้เผยอิงดื่ม เผยอิงโบกมือไปมา “ฉันดื่มแอลกอฮอลล์ไม่ได้จริงๆ ค่ะ ขอดื่มน้ำผลไม้แทนได้ไหมคะ”

“ไม่ได้ๆๆ พวกเราดื่มเหล้ากันหมด คุณจะมาดื่มน้ำผลไม้ได้ยังไงกัน” ผู้กำกับส่งไวน์แดงให้เธอ “ถ้าดื่มเหล้าขาว[1] ไม่ได้ ก็ดื่มไวน์แดงแทนละกัน หมดแก้ว!”

เผยอิงส่งสายตาให้ซ่งหนานชวน เธอพึ่งสัญญากับเขาไปว่าจะไม่ดื่มแอลกอฮอลล์อีก

ซ่งหนานชวนเข้าใจสีหน้าของเธอ บอกเธอเบาๆ “ถ้าเธอจะดื่มนิดหน่อยก็ได้ ยังไงตรงนี้ยังมีฉันอยู่”

เผยอิงกระพริบตา ก่อนรับแก้วไวน์มาจากผู้กำกับ ดื่มจนเกลี้ยง ผู้กำกับส่งเสียงเชียร์ ส่งให้เธออีกแก้ว “แก้วนี้สำหรับอวยพรให้แก่อนาคตที่สวยงามของเธอ ให้เธอได้รางวัลมาครอง”

ซ่งหนานชวนไม่รอให้เผยอิงปฏิเสธ รับแก้วไวน์มาดื่มแทน “ขอบคุณนะครับผู้กำกับข้าว แต่เผยอิงคออ่อนมากจริงๆ คุณคงไม่อยากให้นางเอกคุณสูญเสียการควบคุมตัวเองต่อหน้าคนมากมายแบบนี้หรอก ใช่ไหมครับ”

ผู้กำกับจ้าวนั้นย่อมไม่กล้าแหยมกับนักลงทุนอย่างซ่งหนานชวน เลยเลิกกดดันให้เผยอิงดื่ม ก่อนย้ายเป้าหมายเป็นคนอื่น ผู้จัดการของโม่เจิ้นนั้นแทรกตัวผ่านผู้สื่อข่าวมาได้ ในมือถือแก้วไวน์แดง “คุณซ่งกับคุณเผยช่างเป็นคู่ที่งดงามสมกันจริงๆ เห็นแบบนี้แล้ว จากการคาดการ์ณของผม คงจะได้ยินข่าวดีในอนาคตอันใกล้”

ซ่งหนานชวนมองเขาก่อนเอ่ย “ถ้าผมจำไม่ผิด คุณเป็นผู้จัดการของโม่เจิ้นไม่ใช่เหรอ ไม่ทราบว่าคุณเปลี่ยนอาชีพเป็นนักข่าวซุบซิบตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”

ผู้จัดการของโม่เจิ้นเงียบ ก่อนหันไปทางเผยอิง “ผมสงสัยว่า คุณเผยสนใจจะเซ็นสัญญากับบริษัท ไค่หวง ของพวกเราไหมครับ”

[1] ไป๋จู เป็นเหล้ากลั่นดีกรีสูงค่ะ